ทำความสะอาดเครื่องนอนอย่างสม่ำเสมอ เช่น หมอน ผ้าปูเตียง ผ้าห่ม เพราะสิ่งสกปรก หรือเชื้อโรคที่ติดอยู่ตามเครื่องนอนของเรานั้น อาจทำให้เกิดหอบหืด ภูมิแพ้ได้ ซึ่งทำให้ช่องทางเดินหายใจของเราตีบแคบ และเกิดเสียงกรนได้ครับ
ผู้ป่วยบางราย อาจรักษาได้ผลดี ด้วยการใส่ฟันยาง การใส่ฟันยางนี้ ทันตแพทย์จะเป็นผู้ตรวจ และประดิษฐ์ ฟันยางให้ผู้ป่วยแต่ละคน จะได้ผลดีในผู้ป่วยที่มีระดับโรค เล็กน้อย และ ปานกลาง แต่ผู้ป่วยที่เป็นระดับโรครุนแรงมักไม่ได้ผลเท่าที่ควร ฟันยางนี้ จะช่วยเปิดทางเดินหายใจส่วนต้นให้กว้างขึ้นโดยการ ยื่นขากรรไกรล่างและลิ้นมาทางด้านหน้า ปัญหาที่พบได้จากการใส่ฟันยางนี้ เช่น ปวดขากรรไกร การสบฟันเปลี่ยนไป น้ำลายไหลมาก
สำหรับการตรวจในช่วงแรก เจ้าหน้าที่จะเริ่มจากการวัดขนาดศีรษะของผู้เข้ารับการตรวจเพื่อติดตั้งอุปกรณ์วัดคลื่นสมองสำหรับตรวจสอบการนอนระดับลึกโดยจะติดไว้บริเวณศรีษะ ใต้หางตา และหน้าอก ติดเครื่องตรวจสอบภาวะการหยุดหายใจขณะหลับที่จมูก ติดไมโครโฟนเพื่อวัดระดับความดังของเสียงกรนบริเวณคอ และติดอุปกรณ์วัดออกซิเจนในเลือดที่ปลายนิ้วเพื่อวัดระดับออกซิเจน ซึ่งสัญญานจากการทำงานของเครื่องมือต่างๆ นี้จะถูกส่งไปประมวลผลในห้องควบคุมและสังเกตอาการตลอดเวลา
ตรวจสอบข้อมูลผู้ป่วย ผลการตรวจ กำหนดการนัด และอื่นๆ
กลางวันก็จะง่วงมาก อาจหลับในตอนทำงาน หรือขับรถได้ง่ายๆ
ใช้หมอนรองคอที่เหมาะสม – ลดแรงกดทับที่ลำคอ
สาเหตุนอนกรนที่พบได้ไม่บ่อยนัก เช่น
งดแอลกอฮอล์ ชา กาแฟ และบุหรี่ โดยเฉพาะในช่วงเย็น
หากท่านพบว่ามีอาการเบื้องต้น ตรงตามที่กล่าวมาในหัวข้อด้านบนหลายข้อ เช่น นอนกรนเสียงดังมาก ง่วงนอนตอนกลางวัน โดยเฉพาะมีอาการสะดุ้งเฮือก คล้ายๆ คนจมน้ำและสำลักน้ำตอนนอนบ่อยๆ (อันนี้ต้องมีคนช่วยสังเกตุ) ผมแนะนำให้พบแพทย์เป็นการด่วนครับ
หากสงสัยว่ามีปัญหาดังกล่าว ควรมาพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญพร้อมกับคู่สมรสหรือผู้ที่สังเกตเห็นอาการของท่านขณะนอน เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม โดยมีขั้นตอนการตรวจวินิจฉัยดังนี้
ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ข้อนี้ทุกท่านควรทำอยู่แล้ว ไม่ว่าจะนอนกรนหรือไม่ก็ตาม การออกกำลังกายจะทำให้กล้ามเนื้อในช่องทางเดินหายใจมีความแข็งแรงขึ้น ทำให้ขณะที่นอนหลับกล้ามเนื้อต่างๆ ในช่องคอ จะได้ไม่หย่อนลงมาขวางช่องทางเดินหายใจของเราได้
มีอาการผวา สะดุ้งตื่น หรือหายใจแรง เหมือนหายใจไม่ออก
ถึงแม้ว่าการนอนกรนจะเป็นอาการหนึ่งของภาวะทางเดินหายใจอุดกั้น นอนกรน แต่การนอนกรนอาจเกิดจากสาเหตุอื่นได้ด้วยเช่นกัน หากสงสัย ควรเข้ารับการตรวจวินิจฉัยจากแพทย์ผู้ชำนาญการ
ในเด็ก หากบุตรหลานของท่านนอนกรนดังเป็นประจำ หรือกระสับกระส่าย หายใจลำบาก คัดจมูกเป็นประจำต้องอ้าปากหายใจบ่อย ๆ อาจมีปัสสาวะรดที่นอนเป็นประจำ หรือมีพฤติกรรมซุกซนก้าวร้าว ผลการเรียนแย่ลง เติบโตช้ากว่าวัย ลักษณะเหล่านี้จึงสงสัยได้ว่าเด็กอาจเป็นโรคหยุดหายใจขณะหลับ